นิทรรศการแสดงสินค้าออนไลน์

บอร์ดแห่งการเผยแพร่นิทรรศการแสดงสินค้าออนไลน์ พร้อมรับชม รับอ่าน กันอย่างไม่จุใจเลยทีเดียว

Daily Archives: December 2nd, 2017

Date: 2017.12.02 | Category: สินค้า | Response: 0

1.การออกกำลังกายแบบพิเศษ

บางคนเชื่อว่า หากทำให้เด็กกลุ่มนี้มีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อให้มากขึ้น อาจจะแก้ปัญหาของเด็กได้ เนื่องจากเด็กสมาธิสั้นมักมีปัญหาในด้านนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เด็กเกิดอาการสมาธิสั้นเช่นกัน ถึงกระนั้นบางครั้งก็พบว่าการออกกำลังกายให้ข้อดี ทำให้พ่อแม่ให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่เด็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและความรู้สึกในด้านดีต่อตัวเด็กและจะทำให้เด็กเรียนรู้กฎกติกามากขึ้น ที่สำคัญคือ รู้สึกสนุกสนานกับการเล่นซึ่งมีผลทำให้เด็กเครียดน้อยลง

2.การให้อาหารพิเศษ

บางคนเชื่อว่า มีอาหารบางชนิดทำให้เด็กมีอาการสมาธิสั้น เช่น สารแต่งสีแต่งกลิ่น น้ำตาล และอาหารประเภท ถั่ว ข้าวโพด ช็อกโกแลต ข้าวสาลี พ่อแม่หลาย ๆ คนจึงให้เด็กงดอาหารเหล่านี้ โดยคิดว่าจะทำให้อาการดีขึ้นได้ การงดอาหารบางประเภท ไม่อาจจะช่วยแก้ปัญหาในเด็กได้ หากไม่ให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ แก่เด็ก แต่อย่างไรก็ตาม อาหารประเภทขนมหวาน ขนมแต่งสีแต่งกลิ่นและแต่งรส มิใช่ของดีและเป็นสิ่งที่เด็กหรือผู้ใหญ่ไม่ควรรับประทาน หากรู้สึกอยากรับประทาน ควรเลือกรับประทานขนมสุขภาพ ที่มีส่วนผสมของๆดี เช่นแป้งควรใช้แป้งจากข้าวกล้องหรือข้าวกล้องงอก ไม่ใช้สารต่างๆเข้าไปผสมปนเปื้อน น้ำตาลควรเป็นน้ำตาลที่ไม่ฟอกสี เป็นต้น

3.การให้วิตามิน

การให้วิตามินควรเป็นวิตามินสำหรับเด็ก ในกรณีที่เป็นเด็ก เช่น โอเมก้า 3 และ วิตามีนบี 6 ซึ่งมักจะมาในรูปวิตามินบีรวม ควรเริ่มแต่น้อยและรับประทานวันเว้นวัน จนกว่าร่างกายจะปรับรับสิ่งแปลกใหม่ได้ จึงรับประทานทุกวัน ควรรับประทานพร้อมอาหารและควรเป็นมื้อเดียวกันทุกวัน จึงจะดีที่สุด เมื่อเริ่มใหม่ๆ ถ้าเด็กรู้สึกมีอาการมึน ไม่สดใส ต้องลดจำนวนลงให้ไม่มีอาการเหล่านี้ จนกว่าร่างกายจะเคยชิน เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ถ้ามีกำลังเงิน มักจะรับประทานโอเมก้า 3 6 9 วิตามินบีรวม วิตามีนอี วิตามินรวมและแร่ธาตุ และวิตามีนซี เพื่อพยุงอาการเสื่อมของสมองทางด้านความจำ การจัดการ และการบริหารและลดความเครียด จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่า เด็กเหล่านี้ความจริง มีอาการคล้ายผู้สูงอายุ เช่น ขี้ลืม ขี้น้อยใจ ชอบพูดเรื่องที่ตนชอบ ขี้เบื่อ ฯลฯ ทั้งนี้เพราะสมองน่าจะยังพัฒนาไม่เต็มที่ น่าจะรับประทานวิตามินด้วยเช่นกันหรือไม่

ปัจจุบันมีวิธีการช่วยเหลือทางเลือก อย่างมากมาย เช่น การให้อ๊อกซิเย่น การฝังเข็ม การสร้างความสมดุลโดยการปรับเปลี่ยนเรื่องอาหารฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพียงแต่เสียเงินเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าจะช่วยให้เด็กดีขึ้นหรือหายได้ ควรจำไว้เสมอว่า ต้องทำควบคู่กับการพบจิตแพทย์ ปรับพฤติกรรมพ่อแม่และเด็ก จนกว่าอาการของเด็กจะดีขึ้น

4.การแพทย์ทางเลือก

คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่าและคุณตาคุณยาย รวมทั้งคุณครู มักไม่อยากให้เด็กรับประทานยา เพราะเกรงว่าจะไม่ดีเนื่องจากมีการผสมยาบ้าร่วมด้วย แม้แต่เพียงเล็กน้อยก็ไม่ชอบ และ หาทางหลีกเลี่ยงยา พยายามสรรหาแพทย์ทางเลือกหลายๆ ด้าน เช่น

– การปรับเปลี่ยนเรื่องอาหารการกินเพื่อให้เกิดความสมดุล โดยใช้หลักสูตรพิเศษ

– การทำ HEG

HemoencephalogramหรือHEGคือการใช้แสงอินฟราเร็ด ตรวจวัดการไหลเวียนของโลหิตที่สมองส่วนหน้า ถ้าปรากฏสีน้ำเงินที่สายคาดที่หน้าผาก แสดงว่าการไหลเวียนของโลหิตที่สมองส่วนหน้าไม่ดี ถ้าสีแดงแสดงว่า การไหลเวียนของโลหิตดีเพราะมีอ๊อกซิเยนไหลเวียนดี การไหลเวียนของโลหิตที่สมองส่วนหน้า จะมีส่วนสัมพันธ์กับคลื่นสมอง ถ้าคลื่นสมองช้า การทำงานของสมองก็จะพลอยทำงานช้าไปด้วย